ตลาดหุ้นในยุโรปและเอเชียกำลังพยายามจะฟื้นตัว ท่ามกลางข่าวล่าสุดของประธานาธิบดีสหรัฐที่เสนอให้เก็บภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและอลูมิเนียมพบกับฝ่ายค้านในกรุงวอชิงตัน จากมุมมองทางเทคนิคดัชนีหุ้นถูกเทขายจากในประเทศมากเกินไป หลังจากที่มีการลดลงอย่างมากในช่วงสามวันที่ผ่านมา ยูโร Stoxx 50 ของยุโรปเพิ่มขึ้น 0.6%, DAX เยอรมันเพิ่มขึ้น 1.2% หลังจากที่ญี่ปุ่นและฮ่องกงก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ฟิวเจอร์สของสหรัฐยังอยู่ในโซนสีเขียว และตลาดวอลล์สตรีทเปิดตลาดมาเป็นบวก โดย S&P500 บวกที่ 0.3%

ความเชื่อมั่นในตลาดที่ลดน้อยถอยลง ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกติดลบกันระนาวในช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามเมื่อวานนี้มีสัญญาณบวกบางอย่างเกิดขึ้น และเหล่านักลงทุนก็เห็นเช่นกัน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ประธานสภาผู้แทนราษฎรพอลไรอัน พูดถึงความคิดริเริ่มของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมพ์ เรื่องการตัดสินใจนำภาษีศุลกากรมาใช้ สำหรับผลิตภัณฑ์นำเข้าจากอลูมิเนียมและเหล็ก โดยออกเป็นจดหมายเตือนว่าความคิดเรื่องนำภาษีศุลกากรมาใช้ เป็นความคิดที่ไม่ดีเลย

ในวันจันทร์อีกเช่นกัน ที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวจากปัจจัยทางเทคนิค และข่าวเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลร่วมในประเทศเยอรมนี รวมถึงการลดความเสี่ยงในการนำมาตรการป้องกันที่เข้มงวดมาใช้ในสหรัฐ

ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง แต่เป็นการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และปิดเซสชั่นการซื้อขายด้วยกำไรที่สูงขึ้นอย่างมั่นใจ การสนับสนุนของตลาดช่วยลดความกลัวว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคสงครามการค้า อันเนื่องมาจากคำชี้แจงของนายทรัมพ์ เรื่องความเป็นไปได้ที่จะไม่กำหนดภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมให้กับแคนาดา และเม็กซิโก หากได้รับความคืบหน้าเกี่ยวกับการแก้ไข ข้อตกลง NAFTA

ที่ตลาดฟอเร็กซ์ คู่สกุลเงิน EUR/USD ในช่วงท้ายของวันจันทร์ สกุลเงินยูโรมีการเคลื่อนไหวปรับราคาให้สูงขึ้น ไปอยู่เหนือระดับแนวต้านที่ 1.2340 ดอลลาร์ ตลาดเงินตราต่างประเทศยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีแนวโน้มใดๆ ทั้งขาขึ้นและขาลง ดอลล่าร์ยังคงถูกกดดันอยู่ หลังจากการตัดสินใจของทรัมพ์ ที่จะขึ้นภาษีเหล็กและอลูมิเนียม การตัดสินใจครั้งนี้ยังไม่ได้มีผลบังคับตามกฎหมาย และต้องได้รับการยอมรับในรัฐสภาคองเกรสแห่งสหรัฐอเมริกาก่อน

ดัชนี PMI ที่ไม่ใช่ภาคการผลิตของสหรัฐออกมาดีกว่าที่คาดไว้ ที่ 59.5 จากที่คาดว่าจะเป็น 58.9 แต่ยังคงลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่ 59.9 ดังนั้นข่าวนี้จึงไม่ได้สนับสนุนต่อค่าเงินดอลลาร์ และนักลงทุนยังคงมุ่งสนใจไปที่เหตุการณ์ต่างๆรอบๆตัวนายทรัมพ์

วันนี้ปฏิทินเศรษฐกิจในสหรัฐฯค่อนข้างว่างเปล่า ดอลล่าร์สหรัฐยังคงอ่อนค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ อย่างเช่นเงินปอนด์อังกฤษ

สนับสนุนข้อมูลโดย Fort Financial Service
เทรดกับ FortFS แล้วรับรีเบตจาก RebateForex4U คลิกที่นี่เพื่อสมัคร