ทำความเข้าใจกับ “OVERBOUGHT” และ “OVERSOLD”

เชื่อหรือไม่ว่าเรื่องนี้ง่ายมาก สมมติว่าคุณกำลังจะอบไก่ในตู้อบ คุณก็ตั้งเวลาและรอจนกว่าจะเสร็จ ใช่ไหมครับ มันจะเยี่ยมไปเลยถ้ามีเครื่องตั้งเวลา แต่ถ้าคุณไม่มีล่ะ
เช่นนั้น … คุณก็จะต้องคอยดูไก่อยู่เรื่อยๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อคุณเอามันออกมาแล้ว มันจะไม่เกรียมจนเกินไปหรือยังไม่สุกเลย
ในตลาด Forex คุณยังโชคดีมาก เนื่องจากคุณมีตัวจับเวลาที่สามารถแจ้งให้คุณทราบว่า ตลาดมีความรู้สึกว่าซื้อมากเกินไป (overbought) หรือขายมากเกินไปแล้ว (oversold)

โปรดจำไว้เสมอว่าทั้งหมดนี้เป็นปฏิกิริยาโดยธรรมชาติ ถ้าไก่กำลังไหม้คุณก็จะดับไฟหรือเอาไก่ออก เรื่องการเทรดก็ใช้ตรรกะที่คล้ายกัน
หากตลาดเกิดการซื้อมากเกินไป คุณควรเลือกที่จะเปิดคำสั่งซื้อแบบ short เนื่องจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ในที่สุดก็คือราคาต้องลดลง หากตลาดมีการขายมากจนเกินไป ดังนั้นก็น่ามีแนวโน้มในการฟื้นตัวขึ้น

มีตัวบ่งชี้ทางเทคนิคสองตัวที่มีประโยชน์ ซึ่งสามารถช่วยให้คุณได้เข้าใจ เมื่อคู่สกุลเงินมีการซื้อมากเกินไป หรือขายมากเกินไป ก็คือ: RSI และ Slow Stochastics

*** Relative Strength Index (RSI) ***
RSI เป็นตัวบ่งชี้โมเมนตัมที่ใช้ในการเปรียบเทียบขนาดและทิศทางของกำไรและขาดทุนในช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อวัดความเร็วและความผันผวนของราคาของหลักทรัพย์ที่เรากำลังสนใจอยู่
สูตร:
RSI = 100 – 100 / (1 + RS)
โดยที่:
RS = กำไรเฉลี่ยในช่วงเวลา X / ขาดทุนเฉลี่ยในช่วงเวลา X

*** Stochastic Oscillator ***
เครื่องมือวัดความแกว่งของราคาแบบสุ่ม เป็นตัวบ่งชี้โมเมนตัมที่ใช้ในการเปรียบเทียบราคาปิดของหลักทรัพย์กับราคาเฉลี่ยของช่วงเวลาที่กำหนด ความไวของออสซิลเลเตอร์สามารถปรับได้โดยการเปลี่ยนระยะเวลาที่ใช้ในการเปรียบเทียบ
สูตร:
% K = 100 (C – L14) / (H14 – L14)
โดยที่:
C = ราคาปิดล่าสุด
L14 = ราคาต่ำสุดของช่วงการซื้อขายล่าสุด 14 ช่วง
H14 = ราคาสูงสุดของช่วงการซื้อขายล่าสุด 14 ช่วง
% K = ราคาปัจจุบันในตลาดของหลักทรัพย์
% D = ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ของ %K สามรอบ

สนับสนุนข้อมูลโดย Fort Financial Service
เทรดกับ FortFS แล้วรับรีเบตจาก RebateForex4U คลิกที่นี่เพื่อสมัคร