15 พ.ค.61

เป็นเวลากว่าสัปดาห์แล้วที่มีแต่ข่าวการเมืองระหว่างประเทศถาโถมเข้ามา แต่ในวันนี้ (15 พ.ค.61) ผู้นำพรรคลิพับลิกันได้ออกมาเปิดเผยถึงโครงการ AMERICAN PATIENTS FIRST ซึ่งเป็นนโยบายที่จะช่วยลดราคาค่ายารักษาโรคในประเทศให้ถูกลง

 

กระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ แถลงว่าการล็อบบี้เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของบริษัทยานั้นต้องแลกมาด้วยการสูญเสียของประชาชนอเมริกัน ซึ่งกระทรวงฯ ได้ตั้งเป้าหมายไว้ 4 ประการ คือ 1) เอื้อให้เกิดการแข่งขันระหว่างธุรกิจยา 2) เปิดโอกาสให้มีการต่อรองราคายา 3) สร้างเงื่อนไขให้ยามีราคาถูกลง 4) ลดปัญหาการล้มละลายทางการเงินของผู้ป่วย

 

อย่างไรก็ดี นโยบายนี้คงไม่สามารถทำให้เกิดการต่อรองราคาได้อย่างอิสระ แต่จะสร้างเงื่อนไขที่ทำให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้นต่อการปรับราคายาในบัญชียาหลัก โดยรัฐบาลของ ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ จะรับหน้าที่ในการต่อรองราคากับบริษัทยาต่างๆ เอง ซึ่งนายทรัมป์แถลงว่านโยบายนี้จะช่วยกำจัดพ่อค้าคนกลางที่ร่ำรวยออกไปจากระบบ

 

ทั้งนี้ เป้าหมายทั้ง 4 ประการดังกล่าวของกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐฯ เบื้องต้นมีแนวโน้มจะเห็นผลได้จริงเพียงแค่สองข้อแรก คือ

1) การเอื้อให้เกิดการแข่งขันระหว่างธุรกิจยา

แนวปฏิบัติเร่งด่วน : ขยายมาตรการควบคุมอุตสาหกรรมผลิตยา ไม่ให้ธุรกิจฉวยโอกาสจากกระบวนการควบคุม และทำให้เกิดการแข่งขันทางนวัตกรรมระหว่างบริษัทวิจัยยา ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นเพื่อบังคับใช้แนวทางดังกล่าว โดยที่บริษัทวิจัยยาก็จะได้ประโยชน์จากโครงการอื่นๆ ที่รัฐบาลจะเป็นผู้สนับสนุนด้วย

 

โอกาสในอนาคต : หากบริษัทยาถูกบีบให้ต้องพัฒนายาพื้นฐานเหมือนๆ กันทั้งหมด การแข่งขันระหว่างบริษัทก็จะสูงขึ้นอย่างมาก และจะทำให้ค่าใช้จ่ายด้านการตลาดเพิ่มขึ้นเนื่องจากการแข่งกันขายสินค้าประเภทเดียวกัน รวมถึงจะทำให้เกิดการแบ่งปันข้อมูลกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการพัฒนายาที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกันออกมาอย่างหลากหลายมากขึ้นอีกด้วย

 

2) การเปิดโอกาสให้มีการต่อรองราคายา

หัวใจของหลักการข้อนี้คือ ทำให้รัฐมีอำนาจมากขึ้นในการต่อรองราคากับภาคเอกชน ตามที่ ปธน.ทรัมป์ เคยกล่าวถึงประเด็นการทำให้ยามีราคาถูกลง และการประเมินปัญหาที่เกิดจากการฉวยประโยชน์ของบริษัทยาต่างชาติ

 

สนับสนุนข้อมูลโดย Fort Financial Service
เทรดกับ FortFS แล้วรับรีเบตจาก Thailandforexrebate คลิกที่นี่เพื่อสมัคร