อารมณ์ของตลาดหุ้นเป็นบวกเมื่อเริ่มสัปดาห์ใหม่, จับตาดูข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐ

ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกสามารถปรับตัวขึ้นสูงได้ท่ามกลางอารมณ์ของตลาดที่ปรับตัวดีขึ้น ตลาดยุโรปอยู่ภายใต้แรงกดดันมานานกว่าครึ่งวัน แต่ในช่วงเริ่มต้นของเซสชั่นอเมริกันดัชนีต่างๆ สามารถเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางบวกได้ เพราะข้อมูลจากตลาดแรงงานสหรัฐฯ เป็นไปตามที่คาดการณ์และจากการฟื้นตัวของราคาน้ำมันในตลาด ช่วงที่ติดลบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเพราะข้อมูลการผลิตในภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนี ซึ่งถือว่าแย่กว่าที่คาดการณ์ไว้ (การผลิต: -0.1% m/m, การส่งออก: -0.5%)

ดัชนีสหรัฐปิดตลาดปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องในวันศุกร์ ขณะที่ดัชนีด้านเทคโนโลยี NASDAQ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก สูงสุดในประวัติศาสตร์ ตลาดได้รับแรงสนับสนุนจากการเปิดเผยรายงานข้อมูลที่เป็นบวก

โดยภาพรวมในวันศุกร์ อารมณ์ของตลาดทั่วโลกมีการปรับตัวไปในทางที่ดีขึ้น แม้จะมีการเปิดตัวเรื่องภาษีศุลกากรสำหรับเหล็กและอลูมิเนียมของสหรัฐฯ ทรัมป์ให้ข้อสังเกตว่า ประเทศที่ “ปฏิบัติอย่างเป็นธรรมต่อสหรัฐฯในประเด็นทางการค้า” อาจได้รับการยกเว้นจากการขึ้นภาษีศุลกากร (โดยเฉพาะสมาชิกของ NAFTA, แคนาดาและเม็กซิโก)

ในสหรัฐฯเองมาตรการเหล่านี้ก็ไม่ได้รับการเห็นด้วยอย่างกว้างขวาง มีรายงานว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนของสหรัฐฯจะพยายามค้านเรื่องอัตราภาษีศุลกากรในสภานิติบัญญัติ ในขณะเดียวกัน หลายๆประเทศซึ่งนำโดยยุโรปและญี่ปุ่นต่างไม่พอใจมาตรการนี้ ในขณะที่จีนยังคงสงบนิ่งอยู่ ท่ามกลางข้อมูลเกี่ยวกับตลาดแรงงานอเมริกันปัญหาทางการค้านี้จะถูกยกไว้เป็นเรื่องรองไปก่อน

ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดแรงงานในสหรัฐอเมริกาออกมาเป็นบวก: จำนวนตำแหน่งงานใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 313,000 ตำแหน่ง (ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ +200,000 ตำแหน่ง) แต่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 4.0% เป็น 4.1% ตัวเลขสถิติจากตลาดแรงงานนี้ ทำให้อัตราเงินเฟ้อที่คาดการณ์เอาไว้ของสหรัฐต้องชะลอตัวลง และน่าจะชะลอการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของ Fed ที่จะเกิดขึ้นด้วย

ในตลาด FOREX สัปดาห์ใหม่ได้เริ่มขึ้นที่ระดับเดียวกับตอนปิดตลาดก่อนหน้านี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาหลังจากการเปิดเผยข้อมูลของสหรัฐและข้อมูลการเติบโตของตลาดหุ้น ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น EUR/USD ลดลงมาจากระดับสูงสุดที่ระดับ $ 1.2425 และลดลงมาอยู่ที่บริเวณแนวรับ 1.2300 – 1.2320 สถานการณ์จากกราฟค่อนข้างน่าสนใจ เพราะหากคู่นี้ไม่สามารถอยู่ในช่วงระดับนี้ได้และถูกดึงลงมา เราจะเห็นราคาลงไปถึงระดับต่ำสุดที่ $ 1.2190 (บริเวณแนวรับของแชนแนลระยะกลาง 1.2190 – 1.2500)

GBP/USD ไม่สามารถปรับตัวขึ้นอยู่เหนือ 1.39 ได้ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงลบของระยะกลาง ปอนด์ยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันอันเนื่องมาจากไม่มีความคืบหน้าในการเจรจา Brexit ปัญหาของสหภาพศุลกากร, การรวมตลาด, เส้นเขตแดนของไอร์แลนด์เหนือ รวมถึงเรื่องของศาลยุโรป ที่ยังคงไม่ได้รับการแก้ไข และในสถานการณ์เช่นนี้ปอนด์จะยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันต่อไป มีคำถามเดียวก็คือ คู่สกุลนี้จะลงไปต่ำสุดที่ตรงไหน เมื่อวันจันทร์ ค่าเงิน USD/JPY มีแรงกดดันบางส่วน ทำให้ราคาลดลงจากระดับสูงสุดในสัปดาห์ก่อนหน้า การเปลี่ยนแปลงของตลาดหุ้นทั่วโลกยังคงมีอิทธิพลอย่างมากต่อคู่สกุลเงินนี้

โดยทั่วไป อารมณ์ตลาดหุ้นยังคงเป็นเชิงบวกอยู่ เนื่องจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่จะยังมีอยู่จนกว่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯออกมา โดยช่วงกลางสัปดาห์ตัวเลขสถิติจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาด (ข้อมูลเกี่ยวกับ PRC, ยอดขายปลีกในสหรัฐฯ) และการประชุมเฟดที่ใกล้เข้ามา (วันที่ 20-21 มีนาคม) ตลาดกำลังรอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ

สนับสนุนข้อมูลโดย Fort Financial Service
เทรดกับ FortFS แล้วรับรีเบตจาก RebateForex4U คลิกที่นี่เพื่อสมัคร