19 ก.พ.62

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา EUR/USD แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการ จึงส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายเบาบางและมีความผันผวนน้อยลง อีกทั้งยังไม่มีข้อมูลทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ออกมาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ในเช้าวันนี้ EUR/USD ก็อ่อนค่าลงอีกครั้ง หลังจากเงินดอลล่าร์ฯ กลับมาแข็งค่าต่อสกุลเงินหลักของประเทศกลุ่ม G7

ดังนั้น ในระยะนี้เงินยูโรจึงยังได้รับผลกระทบจากดอลล่าร์สหรัฐฯ ค่อนข้างมาก เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ มาสนับสนุน ซึ่งถ้าหากปัจจัยที่เหลืออยู่ขณะนี้ยังคงที่และไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็มีโอกาสสูงที่ EUR/USD จะอ่อนค่าลง เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจการเมืองระหว่างประเทศกำลังตึงเครียดมากขึ้น จากประเด็น Brexit และความขัดแย้งทางการค้าสหรัฐฯ-จีน ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการแข็งค่าของเงินยูโร

การอ่อนค่าของดอลล่าร์สหรัฐฯ จึงปัจจัยเดียวที่จะส่งผลบวกต่อค่าเงิน EUR/USD ในปัจจุบัน ซึ่งก็มีแนวโน้มสูงมากที่จะเกิดขึ้นจริงในเร็วๆ นี้ ตามความคุกรุ่นของเหตุการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในอเมริกา ประกอบกับปัจจัยกดดันจากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจซึ่งเปิดเผยออกมาในสัปดาห์ที่แล้วต่ำกว่าคาดการณ์ของนักลงทุน และจุดกระแสความวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอการเติบโต

นอกจากนี้ การเจรจาต่อรองทางการค้ากับจีนซึ่งเพิ่งสิ้นสุดไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็เป็นอีกปัจจัยกดดันต่อค่าเงินดอลล่าร์ฯ แม้ทั้งสองฝ่ายจะยืนยันว่าผลการเจรจาเป็นไปในทางบวก โดย ปธน.ทรัมป์ แสดงท่าทีว่าจะยืดเวลาสงบศึกทางการค้าออกไปอีก ก่อนที่จะมีการสรุปผลข้อตกลงของการเจรจาครั้งนี้

จากสาเหตุดังกล่าวทำให้นักลงทุนจำนวนมากลดความเชื่อมั่นต่อดอลล่าร์สหรัฐฯ ในฐานะทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงน้อย เพราะความไม่มั่นคงทางการเมืองของอเมริกาในปัจจุบัน ซึ่งแม้ว่าจะไม่เกิดการ shutdown อีกครั้งอย่างแน่นอน แต่ ปธน. กับสภาคองเกรส ก็ยังไม่สามารถปรองดองกันได้

ในวันนี้ ความเคลื่อนไหวของดอลล่าร์สหรัฐฯ จึงเป็นจุดสนใจหลักของตลาด ซึ่งมีนักลงทุนกลับมาซื้อขายคึกคักอีกครั้งหลังจบช่วงวันหยุดยาว โดยในช่วง European session มีการแถลงสถิติทางค้าและคาดการณ์เศรษฐกิจของเยอรมนี แต่กลับไม่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญใดๆ อีกทั้งในช่วงเวลาทับซ้อนของ sessions ต่างๆ ก็ปรากฏแนวโน้มขาลงชัดเจน หลังจากนี้ EUR/USD จึงน่าจะมีทิศทางในการปรับฐานลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่ที่ประมาณ 1.1200 อย่างไรก็ดี ยังคงปรากฏสัญญาณ pullback กลับขึ้นมาที่ระดับ 1.1350 ในช่วงที่ไม่มีการซ้อนทับของ sessions ต่างๆ แต่ก็สามารถพลิกกลับมาเป็นขาลงได้ทุกขณะ ตามสถานการณ์เศรษฐกิจโลก

ปัจจุบันตลาด EUR/USD มีแนวต้านอยู่ที่ 1.1315, 1.1350 และ 1.1400 ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1.1250, 1.1200 และ 1.1170 ตามลำดับ ทั้งนี้ ราคามีทิศทางเคลื่อนไหวอยู่ใกล้บริเวณ 1.1350 โดยมีโอกาสปรับฐานลงไปต่ำกว่า 1.1300 หรือที่บริเวณ 1.1250 หลังจากนี้

สำหรับแนวโน้มในระยะกลางของ EUR/USD ยังคงมีทิศทางเป็นขาลงชัดเจน แต่ในระยะสั้นยังมีสัญญาณปรับฐานเกิด pullback ขึ้น แม้ว่าปัจจัยทางเทคนิคที่เป็นบวกจะมีอิทธิพลลดลงเรื่อยๆ ดังนั้น จึงอาจเข้าซื้อได้ในระยะสั้น โดยสามารถเข้าซื้อที่ประมาณ 1.1300         

 

 

สนับสนุนข้อมูลโดย Fort Financial Service
เทรดกับ FortFS แล้วรับรีเบตจาก ThailandForexRebate คลิกที่นี่เพื่อสมัคร