5 มี.ค.62

EUR/USD ยังเป็นขาลงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เพราะการแข็งค่าของดอลล่าร์สหรัฐฯ และตัวเลขเศรษฐกิจในภูมิภาคที่ออกมาเป็นลบ ประกอบกับแนวโน้มที่ ECB จะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเร็วๆ นี้ ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า ECB จะทบทวนตัวเลขประมาณการอัตราดอกเบี้ยใหม่ รวมถึงปรับแผนมาตรการเพิ่มสภาพคล่อง หรือ LTRO ด้วย (Long-term Refinancing Operation การให้ธนาคารของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปกู้ยืมเงิน ECB)   

นอกจากนี้ ความแตกต่างในการดำเนินนโยบายการเงินระหว่าง FED กับ ECB ก็ส่งผลให้เงินยูโรอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐฯ ทั้งนี้ FED ได้เริ่มใช้นโยบายการเงินแบบตึงตัวตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 4 ครั้ง แม้ว่าจะมีการชะลอเวลาออกไปบ้างก็ตาม จึงทำให้นักลงทุนคาดว่าในปีนี้ FED จะต้องมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งเช่นกัน

ส่วนในวันนี้ตลาดให้ความสนใจกับการประกาศดัชนี PMI ภาคบริการของ EU ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างมากจากภาพรวมเศรษฐกิจของเยอรมนีและประเทศอื่นในกลุ่ม ส่วนฝั่งอเมริกา ก็มีการเปิดเผยดัชนี non-industrial PMI ออกมาพร้อมกัน แต่มีผลลัพธ์ออกมาเป็นบวก ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้ดอลล่าร์สหรัฐฯ แข็งค่ามากขึ้นในช่วง American session อีกทั้งยังได้รับปัจจัยบวกจากการแถลงการณ์ของ FOMC ในวันนี้ด้วย

ดังนั้น กราฟ EUR/USD จึงแสดงสัญญาณขาลง และยังไม่สามารถปรับฐานขึ้นมาเหนือ 1.1400 ได้ ส่งผลให้แนวต้านขยับลงไปที่ 1.1350  และแนวรับใหม่อยู่ที่ 1.1320 ซึ่งถ้าหลังจากนี้บรรยากาศยังคงเป็นลบต่อไป ก็มีโอกาสสูงที่แนวรับจะปรับลงไปถึง 1.1260

แนวต้านปัจจุบัน : 1.1350, 1.1400 และ 1.1450

แนวรับปัจจุบัน : 1.1320, 1.1260 และ 1.1220

แนวโน้มหลัก : เกิด pullback ไปแตะระดับ 1.1350 แล้วปรับฐานลงไปที่ 1.1260

ความเป็นไปได้อื่น : เกิดการปรับฐานเอาชนะเพดาน 1.1350 แล้วแข็งค่ากลับไปที่ 1.1400

อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมถือว่า EUR/USD ยังคงมีปัจจัยลบอยู่มากจากข่าวสารทางเศรษฐกิจระยะนี้ ซึ่งส่งผลกดดันให้การซื้อขายอยู่ในภาวะขาลง โดยที่ยังไม่มีแนวโน้มกลับตัวของราคา ดังนั้น จึงควรขาย EUR/USD ออกไปที่บริเวณ 1.1350  

  

  

 

 

สนับสนุนข้อมูลโดย Fort Financial Service
เทรดกับ FortFS แล้วรับรีเบตจาก ThailandForexRebate คลิกที่นี่เพื่อสมัคร