31 พ.ค.61

เมื่อวันอังคาร (29 พ.ค.61) บรรยากาศตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก ก่อนจะค่อยสงบลงในวันพฤหัสบดี และเข้าสู่ภาวะกดดันในวันนี้ ซึ่งคาดหมายได้ว่าจะต้องเกิดการเทขายอย่างน้อยอีกระลอก โดยสาเหตุหลักก็ยังคงเป็นสถานการณ์การเมืองของอิตาลีและสเปนที่ไม่น่าจะคลี่คลายลงง่ายๆภายใน 48 ชม. นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบอีกอย่างที่ส่งผลกระทบต่อตลาด นั่นคือ การคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจโลกซึ่งมีแนวโน้มว่าจะตกต่ำลง

 

การรื้อฟื้นมาตรการปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของสหรัฐฯ อีกครั้ง ในวันที่ 1 มิ.ย.61 ที่อธิบดีกรมการค้าสหรัฐฯ แถลงว่าจะเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากสหภาพยุโรป เม็กซิโก และแคนาดา รวมถึงจะยกเลิกมาตรการยกเว้นภาษีแก่จีนกว่า 50,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ เป็นการตอบโต้ที่จีนละเมิดลิขสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นการแถลงเพียงหนึ่งวันก่อนที่ รมว.พาณิชย์สหรัฐฯ จะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ เพื่อหารือถึงข้อตกลงทางการค้า

 

ปฏิกิริยาของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ต่อสถานการณ์ดังกล่าว จึงเป็นไปตามคาด คือ แกว่งตัวเข้าสู่แดนลบอย่างหนัก และยังส่งผลไปถึงค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ด้วย ทำให้การฟื้นตัวของค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ยิ่งช้าลงหลักจากที่เกิด pull back ไปก่อนหน้านี้

 

แต่สำหรับเงินยูโรกลับเกิดภาวะกลับตัวครั้งใหญ่ ส่งผลให้อัตรา EUR/USD ขยับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.172 ก่อนจะถอยลงไปอยู่ที่ 1.1676 ซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดี เพราะเงินยูโรยังไม่สามารถไต่ระดับขึ้นไปอีกได้ แม้จะได้รับอิทธิพลบวกจากสถิติเงินเฟ้อประจำเดือน พ.ค.61 ซึ่งเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.9% จากที่มีการคาดการณ์ไว้เพียง 1.6% โดยในเดือน เม.ย.61 มีอัตราเงินเฟ้อเดิมอยู่ที่ 1.2% จึงแสดงให้เห็นว่าอารมณ์และความคาดหวังของตลาดการลงทุนได้เปลี่ยนไปแล้วอย่างสิ้นเชิง จากเดือนที่แล้วซึ่งนักลงทุนต่างคาดหมายว่าสถิติเงินเฟ้อนี้จะส่งผลให้ค่าเงินยูโรทะยานขึ้น

 

ทั้งนี้ สาเหตุของภาวะดังกล่าวน่าจะมาจากผลของสถิติตัวอื่นๆ ซึ่งออกมาไม่ค่อยดีนัก ได้แก่ สถิติการว่างงานในสหภาพยุโรปซึ่งยังไม่ดีขึ้นอย่างที่คาดหวังกันไว้ โดยในเดือน มี.ค.61 ตัวเลขการว่างงานเพิ่มขึ้นจาก 8.5% เป็น 8.6% ก่อนจะกลับมาอยู่ที่ 8.5% อีกครั้งในเดือน เม.ย.61 ส่วนสถิติทางฝั่งสหรัฐฯ เองก็ยังค่อนข้างคลุมเครือ

 

สนับสนุนข้อมูลโดย Fort Financial Service
เทรดกับ FortFS แล้วรับรีเบตจาก Thailandforexrebate คลิกที่นี่เพื่อสมัคร