จากบทความเมื่อวาน Admin ว่าจะเขียนเกี่ยวกับการเก็บให้ได้เปรียบ จากการแบ่งโซน โดยตอนแรกตั้งใจจะเขียนถึง 2-3 สกุลเงิน ปัญหาคือราคากลับขึ้นมาแล้ว ซึ่งแอดมินไม่ชอบวิธีไล่ซื้อหลังจากเบรคเท่าไหร่ เลยขอสลับรายการจากเรื่องคู่สกุลเงินมาของยอดนิยมอีกแบบแทน นั่นคือทองคำ
 
* หากราคาคู่สกุลเงินที่แอดมินเลือกกลับลงมาต่ำจะมาเขียนตอน 2 3 4 ต่อ
 
ทองคำนี้ปกติจะมีสองรูปแบบหลักๆที่แอดมินเลือก
1 เทรดแบบสะสม (นักลงทุน)
2 เทรดแบบเก็งกำไร (เทรดเดอร์ / scalp / speculator ) วิธีนี้คือค่อนข้างไปทางเทคนิคัล
 
(และจริงๆกลยุทธ์รวมของแอดมินจะรวมสองแบบเข้าในระบบเดียว) ซึ่งจะอธิบายตัวกลยุทธ์รวมกับ ข้อ 1 ในบทอื่นๆถัดไป
 
สำหรับการเทรดแบบระยะสั้น จะมองแนวรับ แนวต้าน เทรนด์เป็นหลัก แล้วตัดสินใจบนวิธีคิดเรื่อง RRR (Reward to Risk Ratio)
 
ส่วนมากจะตามเทรนด์ แล้วเลือกเล่นเบรคเอาท์ หรือกลับตัวก็แล้วแต่ความนิยมส่วนบุคคล
 
แต่สำหรับทองคำแอดมินมักจะเลือก Buy เป็นหลัก (เนื่องจากไม่ค่อยนิยมด้าน Short)
 
แนวรับสำคัญอยู่ที่ 1300
แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1350
เทรนด์ในภาพใหญ่คือขาขึ้น การซื้อตอนนี้คือคาดหวังการกลับตัวขึ้นในกรอบ sideway และตามเทรนด์ขึ้นต่อ
 
—————————————-
สำหรับนักลงทุนระยะยาว อาจยังไม่ใช่จุดเข้า (คือรอสะสมเมื่อราคาต่ำ)
สำหรับเทรดเดอร์ / scalping – เทรดแบบระยะสั้น ฺBuy วาง SL ต่ำกว่า 1300 TP ที่ 1350 หรือก่อนหน้านั้นเล็กน้อย
หาก SL < TP คือเทรดนั้นมีรูปแบบ RRR 0.78% ที่ได้เปรียบ โดยพิจารณาจุด SL ตามแนวรับ TP ตามแนวต้าน
 
สำหรับมุมมองแบบนักลงทุน การซื้อยิ่งซื้อสูงจะยิ่งลดความได้เปรียบ ซึ่งหากเป็นพอร์ตในช่วงเริ่มต้น แอดมินจะไม่ค่อย scalp buy ในบริเวณ 1300 นี้เท่าไหร่ จะรอซื้อเมื่อราคาลงไป 1250 หรือยิ่งต่ำลงไปยิ่งดี เพราะโดยพื้นฐาน หากราคาทองคำต่ำลง จะเริ่มเกิดความสนใจจากคนหลายๆคนที่เข้ามาเก็บทองคำ(ไม่ใช่แค่ในตลาดของนักลงทุน แต่รวมไปถึงแรงซื้อจากคนทั่วโลกที่เป็นคนทั่วไปที่เชื่อในการเก็บสะสมทองคำ)
 
ดังนั้นในโซนราคาต่ำๆ แม้จะมีสัญญาณเทคนิคใดๆให้ short แอดมินจะไม่ short เด็ดขาด (เป็นสาเหตุที่ไม่ชอบเล่นขา short เพราะมันฝืนธรรมชาติของพื้นฐานความต้องการในโลก)
 
——————————————–
เมื่อไหร่ถึงจะเริ่มเทรดแบบเก็งกำไร
– เมื่อมีกำไรจากการเล่นแบบลงทุน(ซื้อในโซนต่ำ) มาแล้วจำนวนหนึ่ง เอากำไรนั้นมาเป็นทุนในการเล่นในโซนสูงแบบจำกัดความเสี่ยง
– การนำไปใช้กับระบบกลยุทธ์ (รวมทั้งเมธอดเทรดสั้นและยาวในแผนหนึ่งเดียว) ในรูปแบบนั้นจะเพิ่ม % ชนะโดยการขยายระยะของ SL ออกไป โดยไปเลือกใช้ SL จากเฟรมใหญ่ๆแทน เช่น ต่ำกว่า 900 ลงไปเป็น SL แล้วเลือกเลเวอเรจต่ำ 
การเลือกเลเวอเรจต่ำ จะทำให้รับความผันผวนได้มากขึ้น เช่น บัญชีที่แอดมินใช้สำหรับทองคำนั้น มีมาร์จิ้น 25 usd เลเวอเรจ *2 คำนวณแล้วรับระยะ SL ถึงทองคำราคา 800 แอดมินจะเสียเงินไป 19 USD * การคำนวณจะต่างกันไปตามโบรกและประเภทบัญชี แต่ควรคำนวณไว้ก่อนเทรดเสมอ เพื่อให้เข้าใจความเสี่ยงในแต่ละไม้ของเรา
ด้วยวิธีนี้การยิงของแอดมินจะรับความผันผวนได้ไกลมาก ความผันผวนจะเป็นตัวที่กินเงินของเราเพราะทำให้ราคาคอยวิ่งไปแตะ SL ของเราได้ง่าย % ชนะเราจะลดได้ถ้าเราตั้ง SL ใกล้เกินไป ในขณะที่วิธีตั้ง SL ไกล กับจำกัดต้นทุนมาร์จิ้น จำกัดเลเวอเรจจะมีข้อเสียในแง่ผลตอบแทนไม่ทันใจเมื่อเทียบกับการเล่นเกมสั้น (แล้วเก่งมากๆขนาดเดาถูกได้บ่อยๆ) แต่ในระยะยาว การตั้ง SL ไกลจะสูญเสียทุนน้อยกว่า เพราะรับการผิดทางแล้วรอกลับมาถูกได้ดีกว่า ผู้เล่นเกมระยะยาวเลยจำกัดความเสี่ยงไว้ก่อน แล้วค่อยพัฒนากลยุทธ์อื่นมาประกอบเพื่อเร่งผลตอบแทน