16 เม.ย.61

สำหรับการบริหารจัดการความเสี่ยง ทุกอย่างจะต้องนำมาคำนวณเพื่อกำหนดจำนวนยูนิตที่จะเข้าซื้อ หรือ Position size ที่เหมาะสมสำหรับเรา แม้โดยหลักการอาจจะฟังดูง่าย คือถ้าตลาดเป็นขาขึ้นก็ลงเงินเยอะ แต่ถ้าไม่ใช่ก็ลดจำนวนเงินลง แต่ที่จริงแล้วการเทรดที่ประสบความสำเร็จนั้นล้วนต้องวางแผน ซึ่งก็คือหาวิธีที่จะบอกเราว่าเมื่อไรควรซื้อ เมื่อไหร่ควรขาย หรือเมื่อไรควรถือไว้รอเก็งกำไร ดังนั้นเราควรจริงจังกับการวางแผน และเลิกคิดแบบไม่เผื่ออนาคต

 

การกำหนด Position size จะช่วยจำกัดความเสี่ยงของเราได้มาก และไม่ใช่เรื่องยากเกินไป โดยเราจะต้องทราบข้อมูลต่อไปนี้ ได้แก่

  1. จำนวนเงินรวม Accountable balance total
  2. ร้อยละความเสี่ยงที่รับได้ Account percentage to risk
  3. คู่เงินที่จะเทรด Currency pairs trading
  4. อัตราคู่เงินที่จะเทรด Currency pairs rates
  5. จุดตัดขาดทุน Stop loss positions (pips)

 

ตัวอย่าง:

เรามีเงิน 10,000 USD ในบัญชี และจะเทรดคู่เงิน EUR/USD โดยกำหนดตัดขาดทุน (Stop loss) ไว้ที่ 200 pips ต่อการเทรดแต่ละครั้ง และรับความเสี่ยงได้ไม่เกิน 1% ของจำนวนเงินที่ใช้เทรด

ขั้นที่ #1 จำนวนเงินที่อยู่ในความเสี่ยง คือ 10,000 USD x 1% = 100 USD

ขั้นที่ #2 จำนวนตัดขาดทุน (Stop loss) คือ 100 USD / 200 pips = 0.50 USD / pip

ขั้นที่ #3 จำนวนยูนิตที่จะเทรด คือ 0.50 USD / pip x [10,000* EURUSD units / ($1 / pip)] = 5,000 EURUSD units (โดย EURUSD 10,000 ยูนิต = 1 mini lot.)

 

อีกตัวอย่างหนึ่ง สำหรับกรณีที่เงินในบัญชีเทรดเป็นสกุลเดียวกับ base currency

ขั้นที่ #1 10,000 EUR x 1% = 100 EUR (จำนวนเงินเป็น EUR ที่อยู่ในความเสี่ยง)

ขั้นที่ #2 1.5000* USD / 1.0000 EUR) * 100 EUR = 150 USD (จำนวนเงินเป็น USD ที่อยู่ในความเสี่ยง โดยในตัวอย่างนี้ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1.5 EUR/USD)

ขั้นที่ #3 150 USD / 200 pips = 0.75 USD / pip (จำนวนตัดขาดทุน)

ขั้นที่ #4 0.75 USD / pip x [10,000* EURUSD units / ($1 / pip)] = 7,500 EURUSD (จำนวนยูนิตที่จะเทรด)

สนับสนุนข้อมูลโดย Fort Financial Service
เทรดกับ FortFS แล้วรับรีเบตจาก RebateForex4U คลิกที่นี่เพื่อสมัคร