25 มิ.ย.61

จากกระแสข่าวที่ว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อกีดกันไม่ให้ทุนจีนไหลเข้ามาในภาคธุรกิจเทคโนโลยีของสหรัฐฯ รวมถึงปิดกั้นไม่ให้เทคโนโลยีของสหรัฐฯ ถ่ายทอดไปสู่จีน ได้ส่งผลให้นักลงทุนต่างไม่กล้าเสี่ยงลงทุนในช่วงนี้ และทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเปิดตัวอย่างซบเซาตั้งแต่เริ่มต้นสัปดาห์

 

ส่วนผลการประชุมของกลุ่ม OPEC เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (22 มิ.ย.61) เป็นไปด้วยดี โดยประเทศสมาชิกสามารถประนีประนอมกันลงมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน เพื่อชดเชยปริมาณการผลิตของเวเนซุเอล่าที่ขาดหายไป ทำให้การซื้อขายน้ำมันในวันศุกร์เป็นไปอย่างสดใส จนกระทั่งปรับตัวลงในวันนี้ (25 มิ.ย.61) โดยราคา Brent ลงมาอยู่ที่ประมาณ 74.30$ ในช่วง European session

 

ทั้งนี้ ข่าวสารเรื่องสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ ทำให้ตลาดหุ้นเอเชียและยุโรปซบเซา รวมถึงตลาดหุ้นสหรัฐฯ เองด้วย และจะยังคงเป็นเช่นนี้ไปจนถึงวันพุธ (27 มิ.ย.61) เนื่องจากสถิติทางเศรษฐกิจที่สำคัญจะเผยแพร่ออกมาหลังจากวันพุธเป็นต้นไป ประกอบกับการประชุม EU Summit ในวันที่ 28-29 มิ.ย.61 นี้ ก็ดูท่าว่าจะไม่ราบรื่น เนื่องจากปัญหาวิกฤติการเมืองภายในอิตาลี และความขัดแย้งระหว่างชาติผู้นำ EU

 

ส่วนตลาด Forex ยังเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ในแดนบวกสำหรับ USD ซึ่งยังแข็งค่าต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนต่างต้องการถือครองเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ มากขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตลาดโดยรวมที่ไม่ค่อยสดใสเพราะนักลงทุนต่างหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของสถานการณ์การค้าโลกในขณะนี้ ส่วนค่าเงิน EUR/USD มีความเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย และยังรักษาระดับอยู่ที่ 1.1640$ ใกล้เคียงกับเมื่อวันศุกร์ (22 มิ.ย.61) ซึ่งหากสถานการณ์การเมืองภายใน EU ยังไม่ดีขึ้น ประกอบปัจจัยลบจากสงครามการค้า ก็อาจส่งผลกดดันให้ EUR/USD อ่อนค่าลงอีก จึงต้องติดตามต่อไปว่า EUR/USD มีแนวโน้มจะรักษาระดับราคาอยู่เหนือ 1.1640$ ได้หรือไม่

 

ส่วน GBP/USD ก็กำลังเกิดการปรับฐานราคา หลังจากแข็งค่าขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยวันนี้ราคาชะลอตัวลงและปรับลดลงมาอยู่ที่ 1.3250$ เนื่องจากยังไม่ปัจจัยบวกใดๆ ที่จะเข้ามาส่งเสริมให้เงินปอนด์อังกฤษแข็งค่าขึ้น โดยในระยะนี้ ค่าเงิน GBP/USD จะยังคงอยู่ภายใต้อิทธิพลของสถานการณ์ Brexit ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าอังกฤษและ EU จะตกลงกันอย่างไร ทำให้นักลงทุนไม่กล้าถือครองเงินปอนด์ โดยเฉพาะช่วงก่อนการประชุม EU Summit ปลายสัปดาห์นี้

 

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจในเยอรมนี ออกมาต่ำกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ไว้ โดยดัชนีบรรยากาศทางธุรกิจของเยอรมนี (IFO Business Climate Index) ลดลงมาอยู่ที่ 101.8 จากที่ทำนายไว้ 101.9 (ระดับเดิมอยู่ที่ 102.2) และขณะนี้มีการประเมินดัชนี IFO ไว้ที่ 105.1 ตามสภาพการณ์ปัจจุบัน ซึ่งคาดหมายว่าจะสามารถขยายตัวได้อีกถึง 105.6 (ระดับเดิมอยู่ที่ 106.0) อย่างไรก็ตาม ดัชนีคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจ (Index of Business Expectation) เป็นเพียงสถิติเดียวที่ออกมาสูงกว่าค่าที่นำนายไว้ โดยตัวเลขในเดือน พ.ค. อยู่ที่ 98.5 และตัวเลขในเดือนนี้อยู่ที่ 98.6

 

สนับสนุนข้อมูลโดย Fort Financial Service
เทรดกับ FortFS แล้วรับรีเบตจาก Thailandforexrebate คลิกที่นี่เพื่อสมัคร