ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ท่ามกลางแรงซื้อและแรงเทขายที่สูสีกัน รวมถึงกระแสข่าวต่างๆ แต่ในที่สุดทองคำก็ทำราคาปิดที่ต่ำกว่า 1,300$ ซึ่งต่ำกว่าระดับจิตวิทยา เนื่องจากไม่มีเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจที่จะมาช่วยกระตุ้นแรงซื้อ

 

แต่สัปดาห์นี้ตลาดทองคำจะคึกคักมากขึ้น จากการทยอยประกาศสถิติที่สำคัญต่างๆ โดยเฉพาะผลการประชุม FED ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าจะลงเอยด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และจะส่งผลเป็นปัจจัยลบต่อตลาดทองคำ อย่างไรก็ตาม ยังมีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับฐานภายในวันพุธนี้ ก่อนที่จะทราบผลการประชุม FOMC (คณะกรรมการนโยบายการเงินของ FED) ส่วนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED นั้นก็ได้กลายเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาดไปล่วงหน้าแล้ว

 

จากสถานการณ์ดังกล่าวจึงมีแนวโน้มว่าราคาทองจะยังทรงตัวระหว่างรอลุ้นผลสถิติต่างๆ ทางเศรษฐกิจ แต่ตลาดทองคำจะเกิดความผันผวนอย่างแน่นอน เนื่องจากในสัปดาห์นี้จะมีการเผยแพร่รายงานอัตราเงินเฟ้อ ดัชนีค้าปลีก และดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเรื่องสถานการณ์โลกที่จะส่งผลต่อตลาด โดยเฉพาะการพบปะระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ รวมถึงนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ต่อประเทศต่างๆ

 

การที่ ปธน.ทรัมป์ ไม่ลงนามรับรองมติที่ประชุม G7 เป็นสัญญาณที่ชัดเจนแล้วว่าสหรัฐฯ จะไม่ยอมอ่อนข้อทำตามนโยบายของกลุ่ม ซึ่งจะส่งผลให้ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสมาชิกเกิดความร้าวฉาน ดังนั้น ทองคำจึงมีโอกาสจะทำราคาสูงขึ้นเนื่องจากเป็นทรัพย์สินที่สามารถป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนดังกล่าวของสถานการณ์การค้าโลก

 

ดังนั้น สัปดาห์นี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญที่จะชี้ชะตาตลาดทองคำรวมถึงตลาดอื่นๆ ทั้งหมดของโลก หลังจากมีการเผยแพร่สถิติที่สำคัญต่างๆ ออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งได้แก่ อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ผลการประชุม FOMC อัตราดอกเบี้ย FED การแถลงข่าวของผู้บริหารระดับสูงใน FOMC ดัชนีค้าปลีกสหรัฐฯ และดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ

 

สนับสนุนข้อมูลโดย Fort Financial Service
เทรดกับ FortFS แล้วรับรีเบตจาก Thailandforexrebate คลิกที่นี่เพื่อสมัคร