16 พ.ค.61

เมื่อวันอังคาร (15 พ.ค.61) เกิดความผันผวนในตลาดอย่างรุนแรงและน่าสนใจ โดยราคาหุ้นสหรัฐฯ ตกต่ำลง 0.7%-0.8% จากการเทขายของนักลงทุนในประเทศ ซึ่งเป็นผลจากการคาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้น ประกอบกับการเพิ่มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะ 10 ปี ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับเมื่อปี 2554 ทำให้ราคาหุ้นในภาคเศรษฐกิจที่สำคัญตกอยู่ในสภาวะกดดันอย่างหนัก

 

แม้เงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับต่ำตามข้อมูลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 พ.ค.61) และส่งผลให้การแข็งค่าของเงินดอลล่าร์ฯ หยุดชะงักลง แต่ตัวเลขสถิติการใช้จ่ายภาคประชาชนก็ดึงดูดให้นักลงทุนกลับมาสนใจเงินดอลล่าร์ฯ อีกครั้ง นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังได้แถลงว่าจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยอีก 3-4 ครั้งในปีนี้ สอดคล้องกับความเห็นของผู้ว่าการธนาคารรัฐซานฟรานซิสโก ซึ่งคิดว่าอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2.5% (ปัจจุบันยังอยู่ที่ 1.5%-1.75%) โดยเขามีกำหนดการพบปะกับผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ ในช่วงสิ้นปีนี้ด้วย จึงเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้น

 

ส่วนสถิติทางฝั่งยุโรปเมื่อ 15 พ.ค.61 ก็ยังมีความผันผวนเช่นกัน โดยสถิติการผลิตในภาคอุตสาหกรรมเติบโตขึ้น 0.5% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 0.7% ซึ่งหากคิดเป็นรายปีตัวเลขก็จะออกมาเป็น 3% และ 3.7% ตามลำดับ ส่วนการขยายตัวของ GDP ไตรมาสแรกนั้นเป็นไปตามคาดการณ์ที่ 2.5%

 

ทั้งนี้ สถิติหลักของสัปดาห์ปัจจุบันยังคงทรงตัว โดยภาคค้าปลีกสหรัฐฯ เดือน เม.ย. เติบโตขึ้น 0.3% และปริมาณการซื้อขายในกลุ่มเชื้อเพลิงกับยานยนต์ขยายตัวเพียง 0.4% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ อย่างไรก็ดี สถิติของวันอังคาร (15 พ.ค.61) ไม่ได้มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นและค่าเงินดอลล่าร์ฯ มากนัก แต่อัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นของพันธบัตรรัฐบาล สถานการณ์การค้าจีน-สหรัฐฯ ที่คลี่คลายลง และความเห็นเรื่องอัตราดอกเบี้ยของผู้ว่าการธนาคารรัฐซานฟรานซิสโกนั้นสามารถส่งผลให้เงินดอลล่าร์ฯ แข็งค่ามากขึ้นต่อไป

 

สำหรับราคาน้ำมันในยุโรปวันนี้ เปิดตลาดที่ 78$ ต่อบาร์เรล ซึ่งราคาสูงสุดของเมื่อวานอยู่ที่ 79.50$ แสดงให้เห็นว่าปริมาณการซื้ออ่อนกำลังลงเนื่องจากตัวเลขที่น่าผิดหวังของ API ซึ่งประกาศว่าจะมีการเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันดิบจำนวนมาก (4.9 ล้านบาร์เรล) อีกทั้งในวันนี้ (16 พ.ค.61) EIA  ก็จะรายงานปริมาณน้ำมันสำรองเช่นกัน จึงทำให้คาดหมายได้ว่าจะเกิด pullback ใหญ่ในตลาด โดยราคาน้ำมันอาจตกต่ำลงไปถึงระดับ 75$-75.40$ ต่อบาร์เรล

 

ส่วนตลาดทองคำเมื่อวานนี้ (15 พ.ค.61) ราคาตกลงกว่า 2% แต่มีความน่าสนใจที่ราคาทองคำเกิด price range ใหม่ ต่ำกว่าระดับราคาจิตวิทยาที่ 1,300$ อย่างไรก็ตาม price action ของวันนี้บ่งชี้ว่าการที่ราคาลดต่ำลงนั้นเป็นผลจากการแข็งค่าต่อเนื่องของเงินดอลล่าร์ฯ และการแข็งค่าของเงิน USD/JPY รวมถึงการเพิ่มอัตราพลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งสำหรับตลาดในวันนี้ ยังคงมุ่งความสนใจไปที่ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ และสถิติการผลิตในภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ

 

สนับสนุนข้อมูลโดย Fort Financial Service
เทรดกับ FortFS แล้วรับรีเบตจาก Thailandforexrebate คลิกที่นี่เพื่อสมัคร