“ทองคำ”

 

การซื้อขายทองคำในตลาดเอเชียลดลงเมื่อวันพุธ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังทรงตัว ทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนในเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ที่กำลังผันผวน โดยราคาทอง Comex ของ New York Mercantile Exchange (NYMEX) ลดต่ำลง 0.59% อยู่ที่ 1,325.10$ ต่อออนซ์ เมื่อ 8.30 น. (ตามเวลาสากล)

 

ซึ่งราคาทองคำที่เป็นบวกในวันอังคาร (24 เม.ย.61) ร่วงลงทั้ง 4 sessions หลังจากมีปัจจัยความชัดเจนในเรื่องดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ส่งผลบวกต่อค่าเงินดอลล่าร์ฯ โดยล่าสุด (25 เม.ย.61) ดัชนีค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อสกุลเงินอื่นสูงขึ้น 0.33% มาอยู่ที่ 90.84

 

ทั้งนี้ ราคาทองคำนั้นอ่อนไหวต่อความเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ หากเงินดอลล่าร์ฯ อ่อนค่าลง ราคาทองคำก็จะสูงขึ้นจากความต้องการของนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น อย่างไรก็ตามการประกาศขึ้นดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะ 10 ปี เป็น 3% ซึ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 57 ก็ยังถือว่าต่ำกว่าระดับราคาจิตวิทยา

 

อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลที่สูงขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปกติที่จะทำให้ราคาทองถูกลง เนื่องจากความต้องการถือทองคำไว้เป็นหลักประกันค่าเงินลดลง ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าการปรับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการเงินในภาวะปกติ (หลังจากที่สหรัฐฯ ใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายมาตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจปี 51) โดยเฉพาะการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

 

นอกจากนี้ ราคาทองคำยังถูกกดดันจากสถานการณ์การเมืองโลกที่มีแนวโน้มคลี่คลายลงในประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ – จีน ซึ่ง ปธน.ทรัมป์ เน้นย้ำถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นกับจีน และยืนยันการส่งนาย Steven Mnuchin รมว.คลังสหรัฐฯ เดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการเพื่อเจรจาความร่วมมือทางเศรษฐกิจอีกด้วย อีกทั้งดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน เม.ย. ก็เพิ่มขึ้นเป็น 128.7 มากกว่าที่คาดการณ์ไว้เพียง 126.0 และสูงกว่าสถิติครั้งก่อนซึ่งอยู่ที่ 127.0 โดยยอดขายบ้านเติบโตขึ้น 4% ในเดือน มี.ค. ทะลุเป้าหมายยอดขายประจำปีที่ 694,000 ยูนิต ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์ทำนายไว้

 

“น้ำมัน”

 

การซื้อขายน้ำมันลดลงในวันพุธเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนต่างเฝ้ารอประกาศสถิติจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ใน 25 เม.ย.61 โดยราคาน้ำมัน US West Texas ลดต่ำลง 0.09% มาอยู่ที่ 67.64$ ต่อบาร์เรล เมื่อ 8.30 น. (ตามเวลาสากล) ส่วนราคาน้ำมัน Brent ลดต่ำลง 0.04% อยู่ที่ 73.83$ ต่อบาร์เรล

 

ส่วนดัชนีราคาน้ำมันหลักอื่นๆ ก็ลดต่ำลงเช่นกันในวันอังคาร (24 เม.ย.61) เนื่องจากกระแสข่าวที่ว่าสหรัฐฯ และฝรั่งเศสใกล้จะบรรลุข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ในอิหร่าน โดยนาย Emmanuel Macron ปธน.ฝรั่งเศส เสนอให้ขยายระยะเวลาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ดังกล่าวออกไปถึงปี 2568 และให้ยกเลิกโครงการพัฒนาจรวดขีปนาวุธนำวิถีของอิหร่านทั้งหมด จึงส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนซื้อน้ำมันถือเก็บไว้ เนื่องจากไม่มั่นใจถึงผลกระทบของเหตุการณ์ดังกล่าวต่อการผลิตและปริมาณส่งออกน้ำมันในตลาดโลก ราคาน้ำมันจึงปิดตัวค่อนข้างสูงใน session ท้ายๆ

 

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการคาดการณ์ว่ากลุ่มประเทศ OPEC จะยังคงปริมาณการส่งออกน้ำมันต่อไปอย่างน้อยอีกระยะหนึ่ง เพื่อรักษาสมดุลตลาด โดยเมื่อ พ.ย.59 กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันทั้งกลุ่ม OPEC และนอกกลุ่ม OPEC นำโดยรัสเซีย ได้ตกลงกันลดปริมาณการส่งออกน้ำมันลง 1,800,000 บาร์เรลต่อวัน เพื่อลดปริมาณการสำรองน้ำมันทั่วโลก

 

ทั้งนี้ สำนักบริหารสารสนเทศพลังงานสหรัฐฯ (EIA) จะแถลงรายงานการผลิตน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปประจำสัปดาห์นี้ (25 เม.ย.61) ในเวลา 14.30 (ตามเวลาสากล) ซึ่งสถิติน้ำมันจาก API (สถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน) และ EIA อาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันได้

 

 

สนับสนุนข้อมูลโดย Fort Financial Service
เทรดกับ FortFS แล้วรับรีเบตจาก RebateForex4U คลิกที่นี่เพื่อสมัคร