ทองคำ

ราคาทองคำในเอเชียลดต่ำลงเมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมกับสัญญาณทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในสหรัฐฯ และยุโรป

เมื่อ 6.50 น. ตามเวลาสากล ราคาซื้อขายทองคำล่วงหน้าลดลง 0.18% มาอยู่ที่ 1,328.60 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์

และปิดตัวในวันพุธด้วยราคาที่ตกลงอย่างหนัก เนื่องจากดอลล่าร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นทำให้นักลงทุนถอนการลงทุนออกจากทองคำ

โดยเพียงข้ามคืน ดัชนีดอลล่าร์สหรัฐฯ สูงขึ้น 0.80% มาซื้อขายกันที่ราคาประมาณ 89.71 สูงสุดต่อเนื่อง 5 วัน ท่ามกลางสัญญาณฟื้นตัวของตลาด

 

กรมการค้าสหรัฐฯ แถลงว่าอัตราการเติบโตของ GDP ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 2.9% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 2.5% และอัตราเติบโตก่อนหน้านี้ซึ่งอยู่ที่ 2.7% โดยดัชนีราคาดอลล่าร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอิทธิพลของดอลล่าร์สหรัฐฯ เทียบกับสกุลเงินหลักอื่นอีก 6 สกุล ขณะนี้ต่ำลงมา 0.01% อยู่ที่ 89.61

 

อีกทั้งตามที่สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นายคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือได้ให้คำมั่นแก่ ปธน.สีจิ้นผิง ว่าจะยกเลิกโครงการนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี ในการพบปะกันอย่างไม่เป็นทางการที่กรุงปักกิ่ง ก็ส่งผลให้ราคาทองคำอยู่ในช่วงขาลงเช่นกัน

 

ส่วน ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะมีกำหนดการพบปะกับ นายคิมจองอีน เร็วๆนี้ ก็ตระหนักว่าการทำให้คาบสมุทรเกาหลีปราศจากอาวุธนิวเคลียร์กำลังก้าวหน้าไปด้วยดี โดยนายทรัมป์ ได้ทวีตว่า ปธน.สีจิ้นผิง ส่งข้อความหาเขา บอกว่าการพบปะกับ คิมจองอึน เป็นไปอย่างราบรื่น และนายคิมจองอึน ก็พร้อมที่จะพบปะกับเขาเช่นกัน

 

ใน 12.30 น. ตามเวลาสากล ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (PCE price index) ซึ่งมักใช้เป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อ พร้อมกับประมาณราคาใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภคพื้นฐานส่วนบุคคล (Personal spending) ของเดือน ก.พ. รวมถึงผลสำรวจความคาดหวังและอารมณ์ของผู้บริโภค ที่จัดทำโดย Michigan University ก็จะประกาศใน 14.00 น. ตามเวลาสากล

 

น้ำมัน

ราคาน้ำมันยังคงผันผวนในช่วงเที่ยงวันพฤหัสบดี เนื่องจากนักลงทุนยังเชื่อมั่นในปริมาณน้ำมันดิบคงคลังที่เพิ่มขึ้นของสหรัฐฯ และเก็งกำไรจากการขยายระยะเวลาลดปริมาณส่งออกน้ำมันดิบของกลุ่ม OPEC ในปี 62

โดยเมื่อ 12.10 น. ตามเวลาสากล ราคาซื้อขายน้ำมันดิบ US West Texas Intermediate สูงขึ้น 0.12% อยู่ที่ 64.46 ดอลล่าร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ขณะที่สัญญาซื้อขาย Brent futures ตกลงมา 1.64% อยู่ที่ 68.37 ดอลล่าร์สหรัฐฯ/บาร์เรล

องค์การข้อมูลข่าวสารด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) แถลงเมื่อวันพุธว่า สัปดาห์ที่แล้วมีปริมาณน้ำมันสำรองเพิ่มขึ้น 1.6 ล้านบาร์เรล รวมทั้งสิ้น 429.95 ล้านบาร์เรล ซึ่งก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดว่าจะปรับลดลง 0.2 ล้านบาร์เรล

 

นอกจากนี้ ตามรายงานยังแสดงถึงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่สูงเป็นประวัติการณ์ อยู่ที่ 10.43 ล้านบาร์เรล/วัน ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบสูงกว่าผู้นำกลุ่ม OPEC อย่างซาอุดิอาระเบีย

ดัชนีราคาน้ำมันดิบ (Crude benchmark) มีความกดดันเพิ่มขึ้นจากความคาดหวังในหลายเดือนที่ผ่านมา เนื่องจากการที่สหรัฐฯผลิตน้ำมันได้มาก กลายเป็นการทำลายความพยายามของกลุ่ม OPEC และรัสเซียที่พยายามรักษาสมดุลตลาด ซึ่งเมื่อต้นสัปดาห์ สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) ได้คาดการณ์ปริมาณน้ำมันดิบสำรองไว้ที่ 5.3 ล้านบาร์เรล จนถึง 23 มี.ค.61

สนับสนุนข้อมูลโดย Fort Financial Service
เทรดกับ FortFS แล้วรับรีเบตจาก RebateForex4U คลิกที่นี่เพื่อสมัคร